สำรวจ พระคัมภีร์
แม้ความมุ่งมั่นทั้งด้านบวกและลบจะมีพลัง แต่พระเจ้าต้องการให้เราเดินในแผนการของพระองค์โดยมีแสงสว่างจากพระวจนะ ดังเช่นอิสราเอลที่ถูกศัตรูยึดครองเพราะไม่ตระหนักรู้ เพราะอิทธิพลของมารซาตานบดบังความจริง เช่นเดียวกัน พระคัมภีร์เปรียบดั่งกระจกส่องให้เห็นตัวเอง เห็นสภาพฝ่ายวิญญาณ เพื่อกลับมาดำเนินชีวิตในทางพระเจ้า พระคัมภีร์ยังเผยแผนการอันเป็นระบบของพระเจ้า ตั้งแต่การทรงสร้าง การล้มลงในความบาป และแผนการไถ่บาปจนถึงฟ้าสวรรค์ใหม่ แผนการณ์นี้ครอบคลุมทุกสรรพสิ่ง ทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคต เปรียบดั่งวงจรที่ดำเนินไปภายใต้การครอบครองของพระเจ้า ชีวิตคริสเตียนจึงเปรียบได้กับครอบครัว มีพระเจ้าเป็นศูนย์กลาง มีพระวจนะเป็นเครื่องนำทาง และมีคริสตจักรเป็นเหมือนบ้านฝ่ายวิญญาณ ทุกคนมีบทบาท มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อน ขอให้เราดำเนินชีวิตโดยตระหนักถึงความสัมพันธ์กับพระเจ้า รักษาไว้ซึ่งพันธสัญญา รับใช้พระองค์ด้วยความสัตย์ซื่อ เพื่อที่วันหนึ่งเราจะสามารถยืนหยัดต่อหน้าพระองค์ได้อย่างมั่นใจ และมีชีวิตนิรันดร์ในที่สุด
1. ความสำคัญของพระคำของพระเจ้า:
ความสำคัญของการเรียนรู้และเข้าใจพระคำของพระเจ้า เปรียบพระคัมภีร์เหมือนกระจกที่ช่วยให้เรามองเห็นตัวเอง และเข้าใจว่าเรากำลังดำเนินชีวิตอยู่ในทางของพระเจ้าหรือไม่
2. แผนการอันสมบูรณ์ของพระเจ้า:
แผนการของพระเจ้าที่ครอบคลุมทุกสิ่งทุกอย่าง ตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน และอนาคต พระเจ้าเป็นอัลฟ่าและโอเมก้า เป็นผู้สร้างและผู้ดูแล มนุษย์ไม่สามารถหนีจากแผนการของพระองค์ได้
3. ปัญหาของความบาป:
ความบาปเป็นอุปสรรคสำคัญในแผนการของพระเจ้า พระองค์ทรงใช้เวลาอย่างยาวนานในการแก้ไขปัญหานี้ เปรียบเสมือนรถเสียที่ต้องใช้เวลาซ่อมแซม
4. ความสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับพระเจ้า:
มนุษย์ควรมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับพระเจ้า เหมือนดังความสัมพันธ์ในครอบครัว การไม่เชื่อฟังพระเจ้า เปรียบเสมือนการเป็นศัตรูต่อกัน
5. บทบาทของคริสตจักร:
คริสตจักรเปรียบเสมือนครอบครัวฝ่ายวิญญาณ ที่ทุกคนควรมีส่วนร่วม การมาโบสถ์ไม่ใช่แค่การทำกิจกรรมทางศาสนา แต่เป็นการมาพบปะกันในฐานะครอบครัว
สรุป: ต้องการสื่อว่ามนุษย์ควรให้ความสำคัญกับพระคำของพระเจ้า ตระหนักถึงแผนการอันสมบูรณ์แบบของพระองค์ เข้าใจถึงปัญหาของความบาป และสร้างสัมพันธ์อันดีกับพระเจ้า ส่วนคริสตจักรถือเป็นเหมือนครอบครัวฝ่ายวิญญาณ ที่ทุกคนควรมีส่วนร่วม